เจอเรื่องผิดคาดมา ตอนแรกคิดว่าช่วงสอบจะสบาย ไม่มีงานมาคอยกวนใจ อ่านหนังสือแบบชิลๆ แต่กลายเป็นว่าสอบแค่สองวิชา กลับมีงานมา4-5อย่าง อะไรวะเนี่ย นี่สอบmidterm มีสอบแค่2ตัว เออเป็นเรื่องดี แล้วงานอื่นๆมันผุดมาจากไหนวะ กลายเป็นเรื่องชวนปวดขมับทันที สรุปคือสองอาทิตย์นี้ต้องปั่นงานและอ่านหนังสือสอบ นี่ขนาดยังเรียนอยู่นะ เห็นรุ่นพี่หลายคนบอกว่าวัยเรียนนี่แหล่ะ สบายที่สุดแล้ว โอ้วววว ไม่อยากจะนึก

     สองวันก่อนกำลังมึนงานวิชาหนึ่ง ที่ต้องทำข่าวเองสัมภาษณ์เองเขียนข่าวเอง ส่งพรุ่งนี้แต่ประเด็นยังไม่ได้คิด ชุ่ยไหม พยายามหนีจากโลกความจริง ออกไปยืนอัดบุหรี่อยู่ตรงระเบียง มวนที่หนึ่ง... มวนที่สอง... ไม่อยากจะนับต่อ ทำยังไงก็นึกประเด็นที่จะทำไม่ออก ลงไปซื้อเบียร์มาสี่ขวด อย่าเพิ่งตกใจครับ มีเพื่อนกินด้วยอีกคน ที่ซื้อมากินทั้งที่ทำงานอยู่เพราะ นัยว่าพอเมาแล้ว ไอเดียดีๆมันจะผุดขึ้นมา เพราะช่วงที่เมานี่เราจะไม่กลัวห่าอะไรทั้งนั้น บางคนรู้ว่าขับรถแล้วมีสิทธิ์ตายยังขับเลยคิดดู

     ได้ผล สุดท้ายประเด็นได้ เหลือเขียน... เขียนไม่ได้อีก พิมพ์ผิดๆถูก ลงไปกินส้มตำรอเวลาสร่างเมา ในที่สุดก็ทำจนเสร็จ ผ่านไปได้อย่างทุลักทุเล แต่ท้ายที่สุดแล้วงานก็ไม่ผ่าน อาจารย์ให้กลับไปแก้ แล้วก็กลายเป็นเชื้อราลามไปจนถึงช่วงสอบ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แอลกอฮอล์ำไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ใครบอกกินให้ลืมปัญหาจะตามไปตบปาก แม่งไม่เห็นลืมตรงไหน เครียดกว่าเดิมด้วยซ้ำ ยิ่งไอ้คนมีความรัก ดื่มเพื่อลืมเธอนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง กูเห็นยิ่งแดกยิ่งร้องไห้ จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง เบียร์กินแล้วจะสดชื่นที่สุด คือ หลังงานเสร็จลุล่วง หรือหลังวิกฤตผ่านพ้นไปราวกับยกภูเขาออกจากอกก็มิปาน ด้วยความอ่อนล้า สั่งเบียร์เย็นๆมานั่งซด แล้วร้อง "ฮ่าาา" ด้วยความชื่นใจ นั่นแหล่ะครับ ความสุขที่แท้จริง

 

--------------------------------------------------------------

     เชื่อมโยงมาจากเหตุการณ์ข้างบน ในเวลานี้ประหนึ่งผมมีขี้ที่แห้งกรังคาซอกตูดอยู่ จะขยับเขยื้อนทำอะไรก็ไม่สะดวก แถมได้ข่าวมาว่า เดี๋ยวจะมีงาน a book fair อีก.. เยี่ยมช่วงสอบกูเลย แต่ยังไงก็จะหาเวลาไปแน่นอน พลาดงานหนังสือมาทีแล้ว งานหนังสือนี่เจ็บใจมาก มารู้เอาวันปิด จำได้ว่าตอนต้นปีเคยอ่านเจอว่าครั้งที่สองมันจะมาตอนตุลาคมนี่หว่า สงสัยจะโดนหลอก ช่างมัน ใกล้ช่วงงานเปิด exteenก็เหมือนจะครื้นเครงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะรู้สึกว่ามีนักเขียนเก่งๆ สิงอยู่เว็บนี้พอสมควร ยังไงผมต้องไปอุดหนุนแน่นอน แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า จะหาเวลาช่วงไหนไปได้บ้างและเงินในกระเป๋ามันจะซื้อได้ซักกี่เล่มกัน

     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง เคลียร์งานให้หมดๆไปแต่แรกก็สบายแล้ว รู้ไหม ไอ้ังั่ง

credit : รูปจากblogของคุณ songsin

 

--------------------------------------------------------------

 

 

Yellow

Look at the stars,
Look how they shine for you,
And everything you do,
Yeah they were all yellow,

I came along
I wrote a song for you
And all the things you do
And it was called yellow

So then I took my turn
Oh all the things I've done
And it was all yellow

Your skin
Oh yeah your skin and bones
Turn into something beautiful
D'you know you know I love you so
You know I love you so

I swam across
I jumped across for you
Oh all the things you do
Cause you were all yellow

I drew a line
I drew a line for you
Oh what a thing to do
And it was all yellow

Your skin
Oh yeah your skin and bones
Turn into something beautiful
D'you know for you i bleed myself dry
For you i bleed myself dry

Its true look how they shine for you
look how they shine for you
look how they shine for you
look how they shine for you
look how they shine for you
look how they shine
look at the stars look how they shine for you

 

ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ๆก็อยากจะฟังเพลงนี้ขึ้นมา..

หลังจากไม่ได้ยินมาเป็นเวลานาน

รอบนี้ฟังกลับรู้สึกเศร้า...

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์..

 

ปล.เอนทรี่นี้ยาว แถมไม่มีสาระ ใครทนอ่านจนจบ นับว่าคุณมีความ ถึก อึด พอควรครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮื่มมม เอ็นทรี่นี้เราไม่มีความสันทัดอย่างแรง
ขออภัยที่ไม่ได้คอมเม้นในประเด็นหลัก

ไม่ได้มาเยี่ยมบล๊อกนาน สวัสดีเน้อ

ปล. เพลงอีกละ 555

#1 By Present on 2009-07-19 19:34

สู้งานสู้ชีวิตconfused smile

#2 By wesong on 2009-07-19 20:59